กรกฏาคม 2563
SUN MON TUE WED THU FRI SAT
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

มองจันทบุรี ตอนที่ 3

    สัปดาห์นี้เรายังคงไปต่อกันที่จันทบุรีเหมือนเดิม หลังจากพักผ่อนกันสบายๆ ริมชายหาดกันไปแล้ว เราแวะไปเที่ยวแนว Adventure กันบ้างดีกว่า เผื่อใครไม่ชอบเดินกินลมชมวิวจะไม่ได้รู้สึกว่าทริปนี้มันน่าเบื่อเกินไป สถานที่หนึ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่รู้จักจันทบุรีเป็นอย่างดีต้องเป็นที่ “เขาพระบาทพลวงหรือเขาคิชฌกูฏ” นั่นเอง

    ในช่วงปลายเดือนมกราคม – ปลายเดือนมีนาคมของทุกปี จะมีการเปิดเขาให้นักท่องเที่ยวหรือผู้มีจิตศรัทธาได้ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทกัน โดยการเดินทางขึ้นเขาจะไม่สามารถนำรถส่วนตัวขึ้นไปได้ แต่ไม่ต้องห่วง เพราะว่าจะมีรถกระบะโฟวิลไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ 2 จุดด้วยกันคือที่วัดพลวง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตีนเขาก่อนถึงเขื่อนพลวง กับบริเวณลานเจดีย์ ซึ่งเป็นจุดพักไหว้พระจุดใหญ่อีกจุดหนึ่งก่อนขึ้นไปสู่ยอดเขา การเดินทางจากตัวเมืองจันทบุรีเพื่อจะมาขึ้นเขาสามารถใช้ GPS มาตามพิกัด 12.856825,102.168875 ได้เช่นกัน หาไม่ยากเพราะจะมีป้ายบอกทางและธงประดับไว้เกือบตลอดทาง

    แต่ก่อนการขึ้นเขาจะใช้วิธีการเดิน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะเลือกเดินในช่วงกลางคืน ใช้ไฟฉายส่องตามทางขึ้นไป แต่ช่วงหลังมามีการพัฒนาเส้นทางให้สามารถขับรถขึ้นไปได้แล้วคนที่เลือกเดินก็มีน้อยลง แต่คนที่จะขับรถขึ้นไปได้ต้องมีความชำนาญมากพอสมควรทีเดียว เพราะทางขึ้นเขาค่อนข้างชันถึงชันมาก แล้วเป็นทางโค้งหักศอกซะส่วนใหญ่ ใครเมารถง่ายๆ เตรียมยาดมยาหม่องกันไว้ก่อนก็ดี

    จุดไหว้ของที่นี่จะมีจุดหลักๆ อยู่ทั้งหมด 4 จุดด้วยกัน จุดแรกจะเป็นจุดเดียวกับจุดขึ้นรถกระบะโฟวิลคือที่วัดพลวง ซึ่งนอกจากจะได้ทำบุญแล้วยังมีร้านค้าขายของฝากเต็มไปหมด ใครเป็นคนหิวง่ายๆ อาจจะหมดตัวกับจุดนี้ก่อนขึ้นเขาก็ได้

    จุดที่ 2 เป็นลานเจดีย์ มีพระประจำวันเกิดให้ได้นมัสการกราบไหว้ ใครชอบเสี่ยงเซียมซีก็ลองไปต่อคิวเขย่ากันก่อนไปจุดต่อไปก็ได้ จุดที่ 3 เป็นลานพระพุทธบาทที่ทุกคนตั้งใจขึ้นมาเพื่อกราบนมัสการนั่นเอง จุดนี้คนจะเยอะมาก กว่าจะเข้าไปถึงรอยพระพุทธบาทได้ใช้เวลานานพอสมควร ใครใจร้อนต้องท่องพุทโท พุทโท ระลึกไว้เสมอว่ามาทำบุญอย่าใจร้อนไปเดี๋ยวจะไม่ได้บุญ พ้นจากจุดนี้ไปหากใครยังพอมีแรงจะเดินไปต่อยังจุดที่ 4 ไปผูกผ้าแดงบนเขาต่อก็ได้ ผ้าแดงถือเป็นจุดสูงสุดของที่นี่แล้ว 1 ปีมี 1 ครั้งถ้ามาแล้วโอกาสที่จะกลับมาอีกไม่รู้ว่ามีเมื่อไร นั่งพักสักนิดแล้วไปต่อกันอีกหน่อยก็ถือว่าคุ้มทีเดียว

 

      เหนื่อยๆ จากการขึ้นเขาคิชฌกูฏกันแล้ว ลงจากเขาจะแวะไปดูสวนผลไม้ของชาวสวนที่นี่ดูก่อนก็ได้ ไหนๆ เมืองจันท์ก็เป็นเมืองขึ้นชื่อทางด้านผลไม้อยู่แล้ว บางคนไม่ได้แวะไปดูกันเฉยๆ ด้วย แวะไปแล้วยังได้กินผลไม้สดๆ จากต้นเลยก็มี เพราะที่นี่นอกจากจะเปิดสวนให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแล้ว ในช่วงเทศกาลผลไม้ก็มีการเปิดสวนแบบบุฟเฟต์ เด็ดกินได้เลยจากต้น กินเท่าไรก็ได้จนกว่าจะอิ่ม เพียงแต่ไม่อนุญาตให้นำกลับไปกินที่บ้านเท่านั้นเอง ถ้าอยากได้กลับไปฝากคนที่บ้านก็ซื้อแยกต่างหาก ซึ่งก็จะได้ราคาที่ถูกกว่าตามท้องตลาดแน่นอน

    ที่น่าสนใจสวนหนึ่งน่าจะเป็นที่ “สวนผลไม้โถทอง” ของ ต.คมบาง อ.เมืองจันทบุรี เพราะนอกจากจะให้เด็ดกินได้จากต้นแล้ว ยังมีการทำทุเรียนกวน และทุเรียนทอดให้ชมฟรีกันอีกด้วย ใครไม่เน้นเที่ยว อยากเน้นกินไปตาม GPS พิกัด 12.52415,102.14785 ได้เลย หรือจะโทรสอบถามเส้นทางหรือรายละเอียดเพิ่มเติมก็ได้ที่เบอร์ 039-459-339

 

     บางคนติดใจอยากอยู่กับธรรมชาตินานๆ แนะนำให้หาที่พักเชิงธรรมชาติ เป็นรีสอร์ทกลางสวนผลไม้ อย่างที่ “บ้านสวนลุงฉลวย ฟรุ๊ตรีสอร์ท” เป็นรีสอร์ทที่แบ่งห้องพักออกเป็นบ้านหลังเล็กๆ ตั้งเรียงกันอยู่ในสวนผลไม้ แล้วขออนุญาตลุงแกเดินชมสวน ขอเด็ดกินอีกทีก็ได้ เผื่อคุณลุงจะใจดีให้ลองชิมทุเรียนสดๆ จากต้น โดยลุงขึ้นไปหมุนทุเรียนให้ แล้วพวกเราเป็นคนรับทุเรียนด้วยมือเปล่ากัน แหมคราวนี้ได้กินทุเรียนแบบรู้รสชาดและความรู้สึกกันด้วยเลยทีเดียว 555

 

    รีสอร์ทของลุงฉลวยถ้ามองจากภายนอกห้องพักจะดูเหมือนรีสอร์ทไม้บนเขาทางเหนือ แต่พอเข้าไปในห้องนอนจะดูทันสมัยมาก แถมยังออกแบบห้องให้ฝั่งนึงของห้องเป็นกระจกใสทั้งด้าน มองเห็นสวนผลไม้ตลอดเวลา หรือจะเปิดประตูออกไปนั่งอยู่ที่ระเบียงรับอากาศดีๆ ตามธรรมชาติก็ได้

 

    บ้านสวนลุงฉลวย จะอยู่ในหมู่บ้านสองห้อง ต.รำพัน อ.ท่าใหม่ หากหลงทางมาไม่ถูกสามารถใช้ GPS กำหนดพิกัดปลายทางเป็น 12.671157,101.922169 หรือโทร 087-058-7173, 087-165-0063 หรือ www.bansuanlungchaluay.com ได้เลย

    ในตอนต่อไป เราจะพาไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ ในจังหวัดจันทบุรี คอยติดตามกันได้นะครับ...

คะแนนโหวต : 0 คะแนนความคิดเห็น : 0 โหวต
โดย ททท.

ความคิดเห็น