กรกฏาคม 2563
SUN MON TUE WED THU FRI SAT
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

เยือนนครนายก ตอนที่ 2

          หลังจากสัปดาห์ที่แล้วเราแวะไหว้พระในบรรยากาศวัดริมทุ่งนา ทานอาหารในร้านที่ออกแบบให้เหมือนนั่งกินข้าวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งที่พักเรายังพาเข้าไปพักในรีสอร์ทที่เต็มไปด้วยธรรมชาติกันมาแล้ว สัปดาห์นี้เราก็ยังคงเดินทางมุ่งหน้าเข้าทางพระ ทางธรรมกันอยู่เหมือนเดิม แต่สถานที่ที่เราจะไปจะออกไปทางแนวแขก หรือฮินดูมากกว่า นั่นก็คือ “อุทยานพระพิฆเนศ” นั้นเอง ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้ถือว่าเป็นพระพิฆเนศปางใหญ่สุดของประเทศไทยเลยทีเดียว และนอกจากนั้นยังมีความงดงามมากอีกด้วย หากจะมาที่นี่ให้ขับรถไปเลยวัดหลวงพ่อปากแดงไปไม่ไกลมากนัก ตามพิกัด 14.271913, 101.291521 ซึ่งจะเจอสี่แยก ตรงนี้ให้เลี้ยวซ้ายแล้วขับตรงมาอีกประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อเข้าไปถึงจะมองเห็นองค์พระพิฆเนศทั้งองค์ โดดเด่น สง่า และน่าเลื่อมใสศรัทธามาก

         ที่อุทยานพระพิฆเนศของจังหวัดนครนายกนี้ปัจจุบันยังมีนักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะเท่าไร เพราะเพิ่งเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ไม่นาน แต่กิจกรรมของที่นี่ก็มีเยอะทีเดียว อย่างเช่นทำบุญพระประจำวันเกิด สะเดาะเคราะห์ ทำพิธีเปิดปากทิพย์ หูทิพย์ ตาทิพย์ พิธีอัญเชิญองค์พระพิฆเนศลงมาประทานพร พิธีบูชาไฟ เป็นต้น โดยพิธีต่างๆ เหล่านี้จะมีพราหมณ์ 2 ท่านเป็นคนทำพิธีให้ ในหนึ่งวันจะเปิดทำพิธีให้แค่ 2 รอบเท่านั้น คือเรียกได้ว่าถ้าเกิดได้มีโอกาสไปทั้งที ต้องลองเข้าทำพิธีต่างๆ เหล่านี้ดูไม่ให้เสียเที่ยว

 

         แต่สำหรับผู้ที่จะเข้าพิธีเปิดปากทิพย์ หูทิพย์ ตาทิพย์นั้น หลังจากเข้าพิธีไปแล้วก็มีข้อปฏิบัติที่ต้องกลับไปปฏิบัติกันต่อด้วยคือ ห้ามแช่งใคร เพราะพราหมณ์ผู้ทำพิธีบอกว่าการเปิดปากทิพย์นั้นเท่ากับว่าคำพูดของเรามีความศักดิ์สิทธิ์ หากไปเผลอแช่งใครเข้าอาจทำให้คนที่โดนแช่งมีอันเป็นไปก็ได้ เช่นเดียวกันกับการเปิดหูทิพย์หรือตาทิพย์ อาจทำให้ท่านเห็นหรือได้ยินเสียงแปลกๆ รอบตัวบ่อยมากขึ้นก็ได้ ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อความศรัทธาของแต่ละคน ใครใคร่เชื่อใคร่ปฏิบัติอย่างไรก็เชื่อก็ปฏิบัติ ขอเพียงแค่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนก็พอ

         บรรยากาศของร้านค้า อาหารการกิน ใกล้ๆ กับลานพระพิฆเนศก็มีหลายร้านที่น่าสนใจ โดยหากขับรถออกมาเส้นที่จะมุ่งหน้าไปน้ำตกวังตะไคร้ บริเวณพิกัด 14.3148619,101.2956081 จะพบกับร้านอาหารข้างทางให้เลือกมากมาย ครั้งนี้เราตั้งใจไปลองเมนูปลากันที่ “ครัวชมจันทร์” สะดุดตาตั้งแต่ป้ายหน้าร้านที่มีรูปปลาช่อนขนาดใหญ่ประดับอยู่ เป็นการสื่อสารให้นักท่องเที่ยวทราบไปในตัวว่าร้านฉันนะมีปลาอร่อย ไม่รอช้าเราก็เข้าไปลิ้มลองรสชาดกันด้านในเลย

 

         บรรยากาศภายในร้านออกแบบด้วยเฟอร์นิเจอร์ประเภทไม้เป็นหลัก ล้อมรั้วด้วยไม้ไผ่ ตกแต่งเป็นแบบไทยๆ ประดับประดาด้วยไฟแสงสีส้มอ่อนๆ ซึ่งทางร้านจะเปิดไฟไว้ให้คุณลูกค้าตลอดไม่ว่าจะกลางวันกลางคืน เมนูที่น่าสนใจจะเป็นจำพวกเมนูปลาเมนูกุ้ง อย่างเช่น ปลาช่อนเผา ปลาบู่นึ่งซีอิ้ว ปลาทับทิมทรงเครื่อง ปลารากกล้วยทอด กุ้งฟู แกงเรียงกุ้งสด กุ้งมะนาว กุ้งเผาเป็นต้น หรือใครที่ชื่นชอบการทานอาหารป่าที่นี่ก็มีเมนูให้เลือกทานเต็มไปหมด

 

         เช่นเดียวกันกับที่พักยังคงแนบชิดกับต้นไม้ ป่าเขา ในรูปแบบธรรมชาติเหมือนเดิม ตามคอนเซปเมืองรวยธรรมชาติของจังหวัดนครนายก โดยหากขับรถออกมาไม่ไกลจากร้านครัวชมจันทร์เท่าไรนัก บริเวณพิกัด 14.3204146,101.3115721 จะพบกับ The Chill Resort” รีสอร์ทที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิดเลย และบ้านพักในรูปทรงต่างๆ คือมีทุกสไตล์ไล่ตั้งแต่บ้านเรือนไทย บ้านสไตล์ญี่ปุ่นที่ตั้งชื่อไว้ว่า “ห้องซากุระ” หรือจะเป็นแนวไทยโมเดิร์นในแบบไทยๆ ผสมยุโรป หรือจะเป็นโมเดิร์นจ๋าไปเลยก็มี รวมทั้งบ้านพักแบบที่เป็นกระท่อมที่นี่ก็มีเอาไว้เอาใจนักท่องเที่ยวหลายๆ สไตล์อีกด้วย เรียกได้ว่าชิวสมชื่อ เข้าพักแล้วจะไม่ผิดหวังกับการออกแบบตกแต่งรีสอร์ทจริงๆ ยิ่งใครที่ชอบถ่ายรูปไว้อวดเพื่อนๆ แล้วรับรองเปรมกับวิวของที่นี่แน่ๆ

 

         The Chill Resort เป็นรีสอร์ทที่โดดเด่นในลักษณะของโทนสี ที่พักด้านหน้าใช้เป็นม่วงขาว มองออกไปจะเห็นวิวเป็นทุ่งนาของชาวบ้านแถวๆ นั้น ส่วนด้านหลังก็ติดแม่น้ำทำให้มีลมพัดค่อนข้างเย็นสบาย พอเข้าไปภายในตัวรีสอร์ทเองก็มีลานตรงกลางเป็นที่พักผ่อนในบรรยากาศสบายๆ ภายใต้ต้นไม้นานาชนิด โดยมีสระว่ายน้ำไว้รองรับสำหรับผู้ที่รักการเล่นน้ำอีกด้วย แต่หากใครชอบแนวตื่นเต้น พจญภัย ออกแนว Adventure ที่นี่ก็มีบริการ BB Gun ล่องแก่งไว้ให้นักท่องเที่ยวเลือกกันด้วย

คะแนนโหวต : 0 คะแนนความคิดเห็น : 0 โหวต
โดย ททท.

ความคิดเห็น