กรกฏาคม 2563
SUN MON TUE WED THU FRI SAT
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

เยือนนครนายก ตอนที่ 3

         หลังจากทำบุญกันมาเต็มอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะได้พักผ่อนแบบถึงใจกับความงามของธรรมชาติในจังหวัดนครนายกกันแล้ว ซึ่งจริงๆ ถือว่ามาจังหวัดนี้แล้วมาถูกที่จริงๆ เพราะแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวนั้นอยู่ไม่ไกลกันเลย ขับรถออกจากที่นึงก็สามารถไปถึงอีกที่ได้ในเวลาไม่มากนัก ประหยัดเวลาเดินทาง ได้มีเวลาพักผ่อนอยู่กับครอบครัวกับคนที่เรารักมากขึ้นอีกด้วย และถ้ามาถึงนครนายกคงหนีไม่พ้นการไปเที่ยว “น้ำตก” อย่างแน่นอน

         น้ำตกที่คนส่วนใหญ่นิยมมาเที่ยวกันก็อย่างเช่น น้ำตกวังตะไคร้ น้ำตกนางรอง ซึ่งหากขับรถออกมาจากอุทยานพระพิฆเนศวรมุ่งหน้าไปทางเขื่อนขุนด่านปราการชล ก่อนจะเลี้ยวขวาไปเขื่อนขุนด่าน ซ้ายมือจะเจอกับ “น้ำตกวังตะไคร้” ก่อนประมาณพิกัด 14.323679, 101.304369 ที่วังตะไคร้เป็นน้ำตกที่ร่มรื่นมาก เส้นทางน้ำตกยาวเป็นสายธารติดกับฝายกั้นน้ำ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวก็จะมาเช่าห่วงยางล่องไปกับลำธาร ซึ่งผู้คนที่นี่เป็นกันเองมากตามสไตล์คนไทยด้วยกันเอง และคนก็จะเยอะตลอดทั้งปีเพราะเป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯมาก และเดินทางไม่ลำบาก แถมอาหารการกินในย่านนี้ก็หาทานได้ง่ายอีกด้วย แต่ในการนั่งห่วงยางและปล่อยให้ไหลไปกับลำธารนั้นต้องระวังอุบัติเหตุด้วย เช่นก้อนหินแหลม หนาม พงหญ้าต่างๆ

 

         ออกมาจากน้ำตกวังตะไคร์ตรงมาเรื่อยๆ ก็จะมาเจอกับ “น้ำตกนางรอง” ซึ่งอยู่บริเวณพิกัด 14.332047, 101.320042 ที่นี่หากจอดรถด้านหน้าก็ต้องเดินเข้าไปประมาณ 800 เมตรถ้าไม่อยากเดินก็ต้องเสียเงินเข้าไปจอดรถด้านใน โดยค่าเข้าอุทยานคิดค่าจอดรถยนต์ 40 บาทส่วนจำนวนผู้โดยสารอีกคนละ 10 บาท ซึ่งภายในอุทยานจะมีร้านค้าขายอาหาร เครื่องดื่ม ให้บริการอยู่ในแถบซ้ายมือ

         ที่นี่ลักษณะของน้ำตกจะเป็นแนวกว้าง เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่แต่ไม่สูงมากนักและเต็มไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่ บางจุดจะมองเห็นปลาตัวเล็กตัวใหญ่เต็มไปหมด นักท่องเที่ยวบางคนก็ไปยืนให้ปลาตอด เป็นการทำสปาเท้าไปในตัว เรียกว่านอกจากจะได้มาพักผ่อนแล้ว ยังมีธรรมชาติช่วยทำสปาให้ร่างกายผ่อนคราย คุ้มยิ่งกว่าคุ้มจริงๆ

 

 

         เล่นน้ำกันเหนื่อยๆ หากอยากแวะทานอาหารก่อนกลับหรือก่อนเข้าที่พัก แนะนำให้ไปลองไก่ย่างที่ร้าน “ไก่ย่างน้องเล็ก” ซึ่งนอกจากจะมีเมนูไก่ย่างตัวใหญ่ๆ ให้ทานกันแล้ว ยังมีเมนูอาหารป่าจำพวก แกงป่า แกงอ่อม ต้มยำไก่บ้าน แกงใบชะมวง ลาบปลาตะเพียน ผัดเผ็ดหมูป่า ลาบเป็ด และอย่างอื่นอีกมากมายให้ได้ทานกัน ร้านก็หาได้ไม่ยาก จะอยู่บริเวณพิกัด 14.295367, 101.287765 หรือใครอยากโทรจองโต๊ะก่อนเข้าไป หรือสอบถามเส้นทางสามารถโทรหาเจ้าของร้านที่เบอร์ 089-2250029 ได้เลย

 

         และสุดท้ายสำหรับสถานที่พักสำหรับคนอยากค้างคืน หรือจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างเพื่อนร่วมเดินทางหรือครอบครัว ขอแนะนำ “ภูสักธารรีสอร์ท”อยู่ห่างจากเขื่อนขุนด่านประมาณ 2 กิโลเมตร รีสอร์ทอยู่อยู่ทางขวามืออยู่ทามกลางทุ่งนาบริเวณพิกัด 14.268828,101.288431 เป็นรีสอร์ทที่สวยมากออกแบบเป็นแบบบ้านเรือนไทยหลังเล็กๆ ตั้งเรียงกันไป และยังประดับประดาไปด้วยไฟสีส้มรอบรีสอร์ท ที่นี่นอกจากจะเป็นรีสอร์ทที่เหมาะแก่การพักผ่อนของนักท่องเที่ยวทั่วไปแล้ว ยังเหมาะกับการจัดกิจกรรม ออกทริป รับน้อง หรือการสัมมนาอีกด้วย เพราะพื้นที่ของรีสอร์ทนั้นกว้างมากจึงทำให้รีสอร์ทต้องมีบริการรถกอล์ฟรับส่งระหว่างอาคาร หรือจะปั่นจักรยานที่ทางรีสอร์ทเตรียมไว้ให้ก็ได้ 

 

 

         ภูสักธารรีสอร์ทนั้นฟังดูชื่อแล้วอาจดูแปลกๆ ไม่เป็นประโยคเดียวกันสักเท่าไร ซึ่งจริงๆ แล้วชื่อของรีสอร์ทนั้นมีที่มาที่ไปชัดเจนมาก คำว่า “ภู” นั้นมากจากรีสอร์ทสามารถมองเห็นทิวเขาใหญ่ที่อยู่รายล้อมรีสอร์ทได้อย่างใกล้ชิด ส่วนคำว่า “สัก” ก็มาจากตัวไม้ที่นำมาสร้างรีสอร์ท รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในรีสอร์ทเองก็เป็นไม้สักเกือบทั้งหมด และสุดท้ายคำว่า “ธาร” มาจากลำธารที่ไหนผ่านตัวรีสอร์ทนั้นเอง

 

            นอกจากบรรยากาศเก๋ๆ สงบ ร่มรื่นดูสบายตาแล้ว ภายในห้องพักก็ถูกจัดตกแต่งไว้เป็นอย่างดี เตียงนอนเป็นไม้สักอีกเช่นเคย ห้องพักกว้าง สะอาด มี wifi ไว้บริการอย่างทั่วถึง และยังมีรายการอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ไว้บริการทุกท่านที่มาเยือนอีกด้วย ถ้าสนใจสามารถโทรจองที่พักกันได้ที่เบอร์โทร. 037-384290 หรือเบอร์มือถือ 089-2458661-2 รับรองมาแล้วต้องอยากมาอีกแน่ๆ

คะแนนโหวต : 0 คะแนนความคิดเห็น : 0 โหวต
โดย ททท.

ความคิดเห็น