กรกฏาคม 2563
SUN MON TUE WED THU FRI SAT
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  
หน้าแรก > เล่าสู่กันฟัง > เรื่องเล่าจาก ททท > เขาเล่าว่า ... “เกาะแห่งรัก”

เขาเล่าว่า ... “เกาะแห่งรัก”

เขาเล่าว่า…

บนอ่าวไทยห่างจากชายฝั่งอำเภอศรีราชาเป็นระยะทาง 12 กิโลเมตรภายในพื้นที่จังหวัดชลบุรีจะมีเกาะแห่งหนึ่งซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “เกาะแห่งรัก”

เกาะแห่งรักนี้ก็คือเกาะสีชัง ซึ่งเป็นเกาะขนาด 7.9 ตารางกิโลเมตรในอำเภอเกาะสีชัง ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวตำนานแห่งความรัก โดยเขาว่ากันว่า หากผู้ใดต้องการเสริมดวงชะตาด้านความรักให้กับชีวิต ผู้นั้นจะต้องไปรับพลังจากแสงอรุณแรกแย้ม ณ ปลายสะพานแห่งรัก และอธิษฐานขอพร ณ กลางช่องเขาในยามพระอาทิตย์ตกดินซึ่งทั้งสะพานแห่งรักและช่องเขาดังกล่าวนั้นต่างก็อยู่บนพื้นที่ของเกาะสีชัง

สะพานแห่งรักและช่องเขาที่กล่าวถึงก็คือสะพานอัษฎางค์และช่องอิศริยาภรณ์(ช่องเขาขาด) โดยที่สะพานอัษฎางค์นั้นเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างโดยใช้ไม้สักและเหล็กตรึง สร้างทอดลงไปในทะเลบริเวณด้านหน้าเขตพระราชฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่จะขึ้นเรือ เนื่องจากการเดินลงไปในน้ำนั้นมีโอกาสที่จะถูกบาดด้วยกาบหอยนั่นเอง

ส่วนช่องอิศริยาภรณ์เป็นช่องเขาที่มองเห็นได้จากด้านหลังของเกาะเมื่อนั่งเรือผ่าน โดยที่บริเวณนั้นจะมีสะพานสำหรับชมทิวทัศน์และพระอาทิตย์ตกดิน มีทางเดินสีขาวทอดตัวยาวลงไปตามไหล่เขา และมีดวงไฟหงส์ประดับสองข้างทางเดินไปจนสุดสาย บริเวณพื้นที่ของช่องช่องอิศริยาภรณ์นี้จะมีหาดหินกลมซึ่งได้ชื่อมาจากการที่หาดแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยหินทรงกลมขนาดต่างๆจำนวนมาก ทั้งนี้ในอดีตช่องอิศริยาภรณ์นั้นเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

นอกจากตำนานแห่งความรักแล้ว เกาะสีชังยังถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติอันสวยงาม มีอากาศอันบริสุทธิ์ มีบรรยากาศที่เงียบสงบ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยจุดท่องเที่ยวมากมายภายในเกาะทั้งพระจุฑาธุชราชฐานมณฑปรอยพระพุทธบาทศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่หาดถ้ำเขาพัง และแหลมจักรพงษ์

สำหรับพระจุฑาธุชราชฐานนั้นในอดีตเคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งในภายหลัง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทำการปรับปรุงสถานที่ใหม่เพื่อจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณสถานและสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์พระจุฑาธุชราชฐานนั้นประกอบไปด้วยสิ่งปลูกสร้างหลายๆอย่าง ซึ่งได้แก่ พระเจดีย์อุโบสถวัดอัษฎางคนิมิตรเรือนไม้ริมทะเลสำหรับจัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจในเกาะ เรือนวัฒนาสำหรับจัดแสดงนิทรรศการเหตุการณ์สำคัญภายในเกาะ เรือนผ่องศรีสำหรับจัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติและประวัติบุคคลผู้มีบทบาทกับเกาะในอดีต และเรือนอภิรมย์สำหรับจัดแสดงนิทรรศการสิ่งปลูกสร้างในอดีต

ถ้าใครต้องการไปยังแหล่งชมวิวชั้นดีสำหรับการชมวิวทิวทัศน์บนเกาะ ตัวเลือกที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้นมณฑปรอยพระพุทธบาทซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนยอดเขา โดยในอดีต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้บนยอดเขา เพื่อเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลบริเวณโดยรอบนั่นเอง

ในด้านสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บนเกาะสีชังจะมีศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนในเกาะต่างก็เคารพนับถือ โดยศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่นี้จะมีลักษณะเป็นศาสนสถานที่ดัดแปลงมาจากพื้นที่เดิมที่เป็นถ้ำ มีความผสมผสานกันระหว่างไทยและจีนแฝงอยู่ในสถาปัตยกรรมของตัวศาลทั้งนี้ ศาลแห่งนี้จะมีความเชื่อหนึ่งที่ว่า หากผู้ใดได้ไปกราบไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ติดต่อกันเป็นระยะเวลา3ปีผู้นั้นจะได้โชคลาภอันวิเศษ

จุดท่องเที่ยวบนเกาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะเล่นน้ำหรือทำกิจกรรมบนหาดก็คือหาดถ้ำเขาพัง ซึ่งเป็นหาดที่มีความสวยงาม สะอาด มีน้ำใสและทรายละเอียด เหมาะแก่การมาเล่นน้ำ นั่งพักผ่อนคลาย รับประทานอาหารในร้านอาหารริมชายหาด ซึ่งมีให้เลือกหลายร้าน หรือทำกิจกรรมในน้ำอย่างการเล่นเจ็ตสกีบานาน่าโบทห่วงยางเล่นน้ำเรือคายัคหรือดำน้ำ ดูปะการังใต้น้ำ

ในส่วนของแหลมจักรพงษ์นั้นจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งภายในเกาะ มีลักษณะเป็นแหลมที่สวยงาม มีโขดหินขนาดใหญ่อยู่ริมฝั่ง อีกทั้งยังมีจุดพักของนักท่องเที่ยว โดยที่บริเวณปลายแหลมจักรพงษ์จะมีศาลาพักร้อนขนาดเล็กมีลักษณะเป็นรูปกระโจมมุงกะเบื้อง ดูแล้วกลมกลืนกับบรรยากาศบริเวณโดยรอบเป็นอย่างดี

สำหรับการเดินทางสู่เกาะสีชังนั้น นักท่องเที่ยวอาจใช้บริการรถโดยสารประจำทางรถตู้ หรือรถยนต์ส่วนตัวก็ได้ โดยที่ถ้าขึ้นรถโดยสารประจำทางจะสามารถขึ้นได้จากทั้งสถานีขนส่งเอกมัยและสถานีขนส่งหมอชิตไปลงที่หน้าห้างสรรพสินค้าโรบินสันศรีราชาแล้วต่อรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างหรือสามล้อเครื่องไปยังท่าเรือเกาะลอย ถ้าขึ้นรถตู้ จุดขึ้นรถและปลายทางจะแตกต่างกันออกไปตามแต่บริษัทผู้ให้บริการ ซึ่งตัวอย่างบริษัทที่ให้บริการก็อย่างเช่น บริษัทศรีราชาทัวร์ และบริษัทแกรนด์โทลเวย์และถ้าใช้รถยนต์ส่วนตัว นักท่องเที่ยวก็สามารถใช้บริการรับฝากรถไว้ที่ฝั่งเกาะลอยได้ ทั้งนี้ จากท่าเรือเกาะลอยไปยังท่าเรือเทววงศ์บนเกาะสีชัง จะมีเรือโดยสารออกทุกชั่วโมงตั้งแต่เวลา 6.00 – 20.00 น. โดยจะใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ประมาณ15 นาทีเท่านั้น

ในการท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะนิยมเช่ารถมอเตอร์ไซต์สามล้อเครื่อง(บรรจุคนได้ 3 – 4 คน)รถยนต์ หรือจักรยานเพื่อที่จะได้เที่ยวบนพื้นที่เกาะได้อย่างสะดวก เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆบนเกาะสีชังนั้นจะอยู่ค่อนข้างห่างไกลกันพอควร

สะพานอัษฎางค์และช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด) เกาะสีชัง อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี

คะแนนโหวต : 0 คะแนนความคิดเห็น : 0 โหวต
โดย ททท.

ความคิดเห็น