กรกฏาคม 2563
SUN MON TUE WED THU FRI SAT
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  
หน้าแรก > เล่าสู่กันฟัง > เรื่องเล่าจาก ททท > เมืองต้องห้าม...พลาด Plus สระแก้ว ตอนที่ 1

เมืองต้องห้าม...พลาด Plus สระแก้ว ตอนที่ 1

จังหวัดสระแก้ว ชายแดนเบื้องบูรพา ป่างาม น้ำตกสวย มากด้วยรอยอารยธรรมโบราณ ย่านการค้าไทย–เขมร  เป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมายาวนานนับ 4,000 ปี จังหวัดสระแก้วมีที่มาจากชื่อสระน้ำโบราณในพื้นที่อำเภอเมืองสระแก้ว ซึ่งมีอยู่ 2 สระ ขนานนามว่า "สระแก้วสระขวัญ" ต่อมาได้นำน้ำจากสระทั้ง 2 แห่งนี้ไปใช้ในการประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาด้วย จึงถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์

แต่เดิมสระแก้วมีฐานะเป็นตำบล  จนถึงปี พ.ศ. 2452 ทางราชการจึงได้ยกฐานะขึ้นเป็น "อำเภอสระแก้ว" อยู่ภายใต้การปกครองของจังหวัดปราจีนบุรี และต่อมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2536 ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดสระแก้วขึ้น สระแก้วกลายเป็นจังหวัดที่ 74 ของประเทศไทย

จังหวัดสระแก้ว เป็นประตูบานใหญ่ เชื่อมการคมนาคมและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศให้เป็นเส้นทางเดียวกัน ระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชาอีกทั้งยัง มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งในด้านของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ดังต่อไปนี้

ละลุ ที่อยู่ บ้านเนินขามและบ้านคลองยาง ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้วเวลาเปิดทำการ :  8.00 - 18.00 น. เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ เกิดจากจากน้ำฝนกัดเซาะ ยุบตัวหรือพังทลายของดิน เมื่อถูกลมกัดกร่อนจึงมีลักษณะเป็นรูปต่าง ๆอาจมีรูปร่างคล้ายหน้าผาบ้าง มีลักษณะเป็นแท่ง ๆบ้าง หรือมีรูปร่างคล้ายกำแพงเมืองบ้าง ละลุเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติคล้ายกับ “แพะเมืองผี” ที่จังหวัดแพร่แต่มีขนาดเล็กกว่า  ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปทุกปีตามแต่ฝนและลมที่กัดเซาะชั้นดินละลุโดยอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ระยะทางประมาณ 36 กิโลเมตรมีพื้นที่กว่า 2,000 ไร่โดยแบ่งออกเป็นโซนๆ ซึ่งมีความสวยงามแตกต่างกัน 

ที่ละลุมีมัคคุเทศก์หรือยุวมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และให้บริการรถเช่า ค่าเช่ารถประมาณ 200 บาท นั่งได้ 8-10 คน  นอกจากนี้มีบริการที่พักที่ศูนย์บริการหรือที่พักแบบโฮมสเตย์ของชาวบ้าน โดยสามารถโทรสอบถามรายละเอียดได้ล่วงหน้า

การเดินทางไปละลุ  จากอำเภออรัญประเทศขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 348 สายอรัญประเทศ-ตาพระยา เลี้ยวซ้ายที่ตรงบ้านกุดเตย หลักกิโลเมตรที่ 35-36 แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 3486 สายบ้านโคคลาน-บ้านคลองยาง ระยะทาง 18 กิโลเมตร จากบ้านคลองยางเป็นถนนลูกรังเข้าไปถึงหมู่บ้าน ระยะทาง 1 กิโลเมตร ก็จะถึงละลุ

ปราสาทสด๊กก๊อกธม ตั้งอยู่ทางตะวันออกของบ้านหนอง-เสม็ด ตำบลโคกสูง อำเภอตาพระยา คำว่า สด๊กก๊อกธม หมายถึง “ เมืองที่มีต้นกกขึ้นรกในหนองน้ำใหญ่ ”ซึ่งปัจจุบันยังพอมองเห็น หนองน้ำใหญ่ในอดีตอยู่ใกล้ ๆ ปราสาทนั่นเองเป็น โบราณสถานแบบขอมที่สำคัญของจังหวัดสระแก้ว  และใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 14 เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมตามคติความเชื่อ ในลัทธิศาสนาฮินดูและ ประดิษฐานรูปเคารพประกอบไปด้วยองค์ปราสาท 3 หลัง หันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีกำแพงแก้ว 2 ชั้น ชั้นนอกทำด้วยศิลาแลง ชั้นในทำด้วยหินทราย ตัวปราสาทก่อด้วยหินทราย โดยทั้ง 4 ด้านมีน้ำล้อมรอบ มีซุ้มประตูหรือโคปุระ เหลืออยู่เพียงสองด้านเท่านั้นคือ ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ภายใน ระเบียงคตมีบรรณาลัย(ห้องสมุด) ที่ก่อด้วยหินทราย 2 หลังอยู่หน้าปราสาทหลังกลางซึ่งเป็นปรางค์ประธาน ทางด้านนอกทางทิศตะวันออกของปราสาท มีถนนปูด้วยหินจากตัวปราสาทไปจนถึงสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ 

ปราสาทสด๊กก๊อกธมสร้างตามศิลปะเขมรแบบคลัง-บาปวนในช่วงพุทธศวรรษที่ 15-16 ก่อด้วยหินทรายและศิลาแลงผังปราสาทด้านนอกเป็นกำแพงแก้ว ก่อด้วยศิลาแดง ยาวราว 127เมตร มีทางเข้าทางด้านทิศตะวันออกเป็นทางเข้าหลัก สร้างด้วยหินทราย ทางเข้าหรือซุ้มประตูนี้เรียกว่า โคปุระ เข้าโคปุระมาจะเจอคูน้ำล้อมปราสาท กว้างราว 20 เมตร เป็นรูปตัวยู ถัดไปจะเป็นระเบียงคดยาวราว 42.5 เมตร ล้อมรอบตัวปราสาท ซึ่งมีโคปุระอยู่กึ่งกลางกำแพงระเบียงคดทั้งสี่ด้าน  บริเวณ พื้นที่ ตั้งตัวปราสาทมีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ด้านหน้าปรางค์ประธานบริเวณมุมระเบียงคดเป็นที่ตั้งของบรรณาลัย(ห้องสมุด)  2 หลัง เพื่อใช้เก็บคัมภีร์หรือตำราต่างๆตามที่สันนิษฐาน  ปราสาทสด๊กก๊อกธม หันหน้าไปทางทิศตะวันออกตามความเชื่อว่า ทิศตะวันออกเป็นทิศแห่งพลังแสงสว่าง และสิริมงคลส่วนทิศตะวันตกเป็นทิศแห่งความตาย เหมือนกับปราสาทขอมอื่นๆ และยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อเรื่องจักรวาลของศาสนาฮินดู อีกด้วย 

ตามศิลาจารึกที่มีการค้นพบ 2 หลัก (ปัจจุบันศิลาจารึกทั้ง 2 ถูกเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร)  ที่จารึกด้วยอักษรขอมโบราณ ทำให้ได้ทราบประวัติของปราสาทสด๊กก๊อกธม เป็นหลักฐานสำคัญที่ที่บ่งบอกถึงอายุของปราสาท และทำให้ทราบว่า พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 ได้ปฏิสังขรณ์ปราสาทแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.1595 และกษัตริย์แห่งอาณาจักรขอม เป็นผู้อุปถัมภ์คุ้มครองศาสนา โดยมีพราหมณ์ปุโรหิตเป็นผู้นำศาสนา ให้คำปรึกษาแนะนำ และเป็นสื่อกลางระหว่างเทพเจ้าและกษัตริย์รวมทั้งประวัติ สายสกุลพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีเทวราชา การปฏิบัติพระเทวราชและรูปเคารพ การสร้างหมู่บ้าน การบุญต่างๆ ในศาสนา เป็นต้น ซึ่งมีจารึกไว้ในหลักศิลาจารึกหลักที่ 2

น้ำตกเขาตะกรุบ มีฉายาว่า สาวน้อยแห่งเขาอ่างฤาไน ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 5 บ้านคลองตะเคียนชัย ตำบลมทุ่งหาเจริญ อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน บริเวณเขาตะกรุบเป็นน้ำตกขนาดใหญ่กลางป่าทึบ มีน้ำมากช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว (ราวเดือน ก.ค.-ธ.ค.) ในป่าแถบนี้ มีช้างป่าที่มีชุกชุมระหว่างทางไปยังน้ำตกอาจพบร่องรอยของของช้างป่า น้ำตกเขาตะกรุบอยู่ห่างจากด่านตรวจประมาณ 2.8 กิโลเมตรเข้าน้ำตกเขาตะกรุบมีทั้งหมด 5 ชั้น มีความสูงรวมกันถึง 50 เมตร ชั้นแรกสูงถึง 15 เมตร มีน้ำมากช่วงฤดูฝน ทำให้สายน้ำไหลแรงตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง จึงทำให้ช่วงฤดูฝนน้ำตกจะมีความสวยงามมากเป็นพิเศษ บริเวณน้ำตกเป็นป่าดิบชื้นมีไม้ขนาดใหญ่ปกคลุมอย่างหนาแน่น อีกทั้งพืชพรรณนานาชนิดขึ้นกันอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเฟิร์น หรือดอกไม้ป่าสองข้างทางจึงเต็มไปด้วยพรรณไม้และนกนานาพันธุ์ นักท่องเที่ยวที่นิยมการเดินป่าศึกษาธรรมชาติจะไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะน้ำตกเขาตะกรุบเหมาะเป็นอย่างมากในการท่องเที่ยวผจญภัยและเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ

การเดินทางไปน้ำตกเขาตะกรุบค่อนข้างสะดวก โดยเดินทางโดยรถยนต์ หากเริ่มจากที่ว่าการอำเภอวังน้ำเย็น ให้ไปตามทางหลวงหมายเลข 317 ทางไป อ.วังสมบูรณ์ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เจอสี่แยก แล้วให้เลี้ยวขวาเข้ามาทางหลวงหมายเลข 3259 ขับรถไปประมาณ 13 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3434 ขับไปอีก 13 กิโลเมตร เจอสี่แยกบริเวณบ้านแสนสุข แล้วให้เลี้ยวซ้ายขับไปตามทางอีกประมาณ 11.5 กิโลเมตร ถึงด่านตรวให้ขับตรงไปอีกประมาณ 2.8 กิโลเมตร แล้วจอดรถที่ลานจอดรถจากนั้น เดินไปยังน้ำตกอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงน้ำตกเขาตะกรุบ หรือ สาวน้อยแห่งเขาอ่างฤาไน

ตลาดโรงเกลือ หรือตลาดชายแดนบ้านคลองลึก เป็นตลาดค้าขายชายแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก และ ประเทศไทย  โดยมีพื้นที่อยู่ตั้งอยู่ใน อ. อรัญประเทศ ใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ-ปอยเปต จังหวัดบันเตียนเมียนเจย ประเทศกัมพูชาและเป็นที่รู้จักของแม่ค้าพ่อค้า และนักช้อปของถูกเป็นอย่างดี ที่นั้นขึ้นชื่อเรื่องสินค้ามือสองที่มีให้เลือกมากมาย และราคาถูกมาก

แต่เดิมสินค้ามือสองที่นำมาขายในตลาดโรงเกลือ เป็นของชาวกัมพูชาได้รับการบริจาคมาจากนานาชาติทั่วโลก ผ่านทางองค์การสหประชาชาติ(UN) เพื่อให้ชาวกัมพูชาใช้หลังจากที่เพิ่งผ่านภาวะสงครามซึ่งเสื้อผ้าที่ได้รับการบริจาคมาเป็นของดีมียี่ห้อ แต่กัมพูชาได้นำข้ามาขายที่ฝั่งประทเศไทยแทนในราคาที่ถูกมาก แต่ปัจจุบันไม่มีการนำสินค้าบริจาคมาขายอีกแล้ว สินค้ามือสองที่นำมาขายในทุกวันนี้เป็นของที่รับซื้อมาจากประเทศ ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง 

ตลาดโรงเกลือ ตั้งอยู่ที่บ้านคลองลึก ตำบลท่าข้าม ห่างจากตัวอำเภออรัญประเทศไปทางทิศตะวันออกประมาณ 6 กิโลเมตร ติดชายแดนไทย-กัมพูชาด่านชายแดนฯ เปิดตั้งแต่  7.00 – 20.00 น. ช่วง  7.00 – 8.00 น มีคนกัมพูชาข้ามแดนมาไม่ต่ำกว่า 2000 คนต่อวัน  มีคนกัมพูชา 3 กลุ่ม เข้ามาทำงานโดยแบ่งเป็น  กลุ่มลูกจ้างที่มายืนรอกันตั้งแต่เช้ามืดเพื่อจะรอเปิดร้านค้าในตลาดคนกลุ่มนี้จะไม่มีสัมภาระติดตัวมาเพียงแค่เข้ามาทำงานในร้านค้าเท่านั้น  กลุ่มที่สองคือพวกแม่ค้าพ่อค้าจากประเทศกัมพูชาที่นำของเข้ามาขายในตลาดโรงเกลือ และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มคนใช้แรงงานที่เข้ามารับจ้างขนสัมภาระของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปนครวัด-นครธมหรือรับจ้างเข็นของในตลาด

ตลาดโรงเกลือมี 5 ตลาด คือ ตลาดโรงเกลือเก่า  ตลาดเดชไทย  ตลาดโรงเกลือใหม่(ตลาดเทศบาล ๒) ตลาดตลาดโกลเดนเกต(เทศบาล ๓) และตลาดเบญจวรรณ   ซึ่งมีร้านค้ามากมายกว่า 3,000 ร้าน เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้ามือสองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีสินค้านานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า ผ้าห่มกันหนาว ผ้าปูที่นอน สินค้าแบรนด์เนมราคาถูก คุณภาพดี จากทั่วทุกมุมโลกเช่น  อเมริกา  ฝรั่งเศส  อังกฤษ เยอรมนี เกาหลี ฮ่องกง ญี่ปุ่น ปากีสถาน เป็นต้น และอีกมากมายในแต่ละวัน ตั้งแต่เช้าจรดเย็น จะมีนักท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ขาย เข้ามาจับจ่ายใช้สอย ซื้อของกันไม่ขาดสาย ซึ่งสินค้าที่ขายมีทั้งสินค้าใหม่และเก่า พ่อค้าแม่ค้า เจ้าของร้านค้าในตลาดโรงเกลือ เป็นชาวไทยประมาณร้อยละ 10 แต่ส่วนใหญ่เป็นชาวเขมรเชื้อสายจีนและเวียดนาม ที่อพยพมาจากพนมเปญ เสียมราฐ พระตะบอง

ภายในตลาดโรงเกลือมีจักรยานให้นักท่องเที่ยวเช่า ราคา 20 บาทต่อคันต่อวัน  และมีบริการรถลากแต่ราคาต้องไปตกลงกันเอง ในการเลือกซื้อสินค้าที่ตลาดโรงเกลือ ที่มีขายทั้งของแท้และของปลอม ผู้ซื้อต้องพิจาณาให้ดี เพราะว่าบางที่อาจะได้สินค้าปลอมในราคาแพงก็ได้  จึงต้องดูอย่างถี่ถ้วน

 

คะแนนโหวต : 0 คะแนนความคิดเห็น : 0 โหวต
โดย ททท.

ความคิดเห็น