กรกฏาคม 2563
SUN MON TUE WED THU FRI SAT
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  
หน้าแรก > เล่าสู่กันฟัง > เรื่องเล่าจาก ททท > เมืองต้องห้าม...พลาด Plus จันทบุรี ตอนที่ 1

เมืองต้องห้าม...พลาด Plus จันทบุรี ตอนที่ 1

จันทบุรีเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของภูมิภาคตะวันออก ชื่อเมืองจันทบุรี หรือ “เมืองจันท์” นั้น มีความหมายว่า “เมืองที่สงบร่มเย็น เช่นเดียวกับเมื่ออยู่ใต้แสงจันทร์” เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการทำการเกษตร โดยเฉพาะการเพาะปลูกผลไม้ที่ขึ้นชื่อของจังหวัด ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด  อีกทั้งยังมีอาหารการกินให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารทะเล และอาหารท้องถิ่นรสเลิศ  และจังหวัดจันทบุรีมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงมากมายและหลากหลายรูปแบบ ทั้งในด้านของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณี ศาสนา ดังต่อไปนี้

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

    อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี มีพื้นที่มากถึง 36,444 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอมะขามและอำเภอเขาคิชฌกูฏ พื้นที่ด้านในมีทั้งส่วนที่เป็นป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบ โดยที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานจะมีสภาพเป็นป่าดิบชื้น อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏนั้นมีพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าที่หลากหลาย ซึ่งรวมไปถึงพันธุ์ไม้หายากอย่างไม้กฤษณาด้วย

    เนื่องด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆแห่งในอุทยานแห่งนี้จะเป็นสถานที่จำพวกน้ำตก การคำนึงถึงสภาพอากาศก่อนการวางแผนการท่องเที่ยวจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะหากเราต้องการที่จะไปเล่นน้ำหรือชมทิวทัศน์ของน้ำตกต่างๆภายในอุทยาน โดยในด้านสภาพภูมิอากาศนั้น อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏจะมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นและมีท้องฟ้าโปร่งในช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ มีความชื้นในอากาศสูงและมีฝนตกหนักในช่วงกลางเดือน

พฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม และจะมีอากาศร้อนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนในช่วงหน้าแล้งซึ่งก็คือช่วงปลายหน้าหนาวถึงช่วงหน้าร้อน มีโอกาสสูงที่น้ำในน้ำตกจะมีปริมาณน้อย ซึ่งถ้าจะให้ดี ผู้เยี่ยมชมควรที่จะมาในช่วงปลายหน้าฝนถึงต้นหน้าหนาว

    สำหรับสถานที่ที่น่าสนใจภายในอุทยานนั้นจะประกอบไปด้วย น้ำตกกระทิง ยอดเขาพระบาท น้ำตกคลองช้างเซ และน้ำตกคลองไพบูลย์ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

    น้ำตกกระทิง เป็นน้ำตกสูง 13 ชั้น ที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาคิชฌกูฏ ผู้ที่ไปเยี่ยมชมสามารถที่จะเล่นน้ำในแอ่งน้ำตกแห่งนี้ได้ และหากผู้ใดต้องการที่จะชมทิวทัศน์ของน้ำตก ตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือการขึ้นไปเยี่ยมชมน้ำตกชั้นที่ 8 และ 9 ซึ่งเป็นน้ำตกชั้นที่สวยงามที่สุด นอกจากกิจกรรมชมทิวทัศน์และเล่นน้ำแล้ว ผู้เยี่ยมชมยังสามารถเลือกที่จะพายเรือแคนูชมธรรมชาติรอบน้ำตกกระทิงและอ่างเก็บน้ำหาดกระทิงได้อีกด้วย

    ยอดเขาพระบาท หรือยอดเขาคิชฌกูฏ เป็นที่สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อในด้านการมีทิวทัศน์ที่สวยงาม มีหินรูปร่างแปลกตาให้ชม และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งก็คือรอยพระพุทธบาทที่มีผู้คนนิยมขึ้นไปเพื่อกราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ยอดเขาคิชฌกูฏนี้จะเปิดให้ขึ้นแค่บางช่วงเวลาเท่านั้น ซึ่งแต่ละปีก็จะกำหนดช่วงเวลาไม่เหมือนกัน แต่จะอยู่ในช่วงเวลาก่อนและหลังตรุษจีนรวม 60 วัน

    น้ำตกคลองช้างเซเป็นน้ำตกสูง 3 ชั้นที่มีผู้คนนิยมมาเพื่อศึกษาธรรมชาติหรือดูนก โดยจะมีเส้นทางให้เดินเป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร เริ่มจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯวนตามทางเป็นวงกลม แล้วกลับมาสิ้นสุดยังจุดเดิม 

    น้ำตกคลองไพบูลย์หรือน้ำตกคลองกระสือ มีต้นน้ำมาจากเขาคิชฌกูฏเช่นเดียวกับน้ำตกอื่นๆ น้ำตกคลองไพบูลย์นี้เป็นน้ำตกที่มีผู้คนนิยมไปเล่นน้ำเป็นจำนวนมาก เนื่องจากน้ำตกคลองไพบูลย์มีธารน้ำตกขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีบรรยากาศธรรมชาติอันสวยงาม

วัดเขาสุกิม

    วัดเขาสุกิมเป็นวัดที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรีที่มีคนนิยมไปเยี่ยมเยียนเป็นจำนวนมากในทุกๆปี โดยวัดเขาสุกิมนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 ด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อพระอาจารย์สมชายฐิตวิริโย โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นสถานที่ที่บำเพ็ญภาวนาของชาวพุทธทั่วไป วัดเขาสุกิมนั้นมีเนื้อที่กว้างถึง 3,280 ไร่ ตั้งอยู่บนเขาแพร่งขาหยั่ง ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่

    นอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว วัดเขาสุกิมยังมีความพิเศษอีกอย่างที่ทำให้มีผู้คนให้ความสนใจและมาเยี่ยมเยียนตัววัดเป็นจำนวนมากซึ่งก็คือการมีพิพิธภัณฑ์ที่เป็นที่รวบรวมวัตถุโบราณต่างๆไว้ภายใน พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวนี้จะอยู่บนชั้น 3 ของอาคาร 60 ปีเฉลิมพระเกียรติ โดยวัตถุโบราณภายในพิพิธภัณฑ์ชั้น 3 จะประกอบไปด้วยพระพุทธรูปปางต่างๆทั้งที่ทำด้วยศิลาและสำริด เครื่องถ้วยกระเบื้องจีนหลากหลายขนาด ขวานหิน ฆ้อง หม้อ ไห มีดดาบ เครื่องประดับสำริด กระต่ายขูดมะพร้าว ฯลฯ

    นอกจากวัตถุโบราณดังกล่าวแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นไฮไลท์ของสถานที่ก็คือสรีระของท่านหลวงปู่สมชายฐิตวิริโยพระผู้บุกเบิกและก่อตั้งวัดนี้ซึ่งตั้งอยู่ในโถงขนาดใหญ่บนชั้น 2 ของอาคารถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนนิยมเข้ามากราบไหว้บูชาสักการะเป็นจำนวนมาก

    และนอกจากชั้น 2 และ ชั้น 3 แล้ว อาคารนี้ยังมีพื้นที่ชั้น 1 และชั้น 4 ซึ่งชั้น 1 จะเป็นห้องโถงกว้างที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของที่นี่ ส่วนชั้น 4 นั้นถือเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของจังหวัดจันทบุรีได้โดยรอบ ซึ่งนอกจากจะเป็นจุดชมวิวแล้ว ชั้น 4 ของอาคารนี้ยังมีห้องที่เป็นที่เก็บรวมรวบโต๊ะเก้าอี้ เตียง ตู้ ที่ทำมาจากไม้สักและฝังมุก และมีห้องที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งผสมไฟเบอร์กลาสของเกจิอาจารย์สายวิปัสนากรรมฐานที่ท่านหลวงปู่สมชายท่านนับถือซึ่งได้แก่ หลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ขาว หลวงปู่สาม พระอาจารย์วัน หลวงปู่สีลา หลวงปู่กงมา หลวงปู่

แหวน หลวงปู่สิง หลวงปู่มั่น หลวงปู่เสาฯลฯ

โอเอซิส ซีเวิลด์

    โอเอซิส ซีเวิลด์เป็นสถานที่เพาะพันธุ์และแสดงโลมาบนพื้นที่ 68 ไร่ที่ตั้งอยู่ในตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี โดยจะมีโลมาพันธุ์ไทยอยู่ 2 สายพันธุ์ ซึ่งก็คือ โลมาปากขวดหรือโลมาสีชมพู (Indo-pacific humpback dolphin) และโลมาหัวบาตรหรือโลมาอิระวดี(Irrawaddy dolphin) โอเอซิส ซีเวิลด์จะมีจุดเด่นอยู่ที่การเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิดกับโลมา ทั้งการร่วมลงเล่นน้ำและการสัมผัสแนบชิด ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีแนวทางการให้บริการที่แปลกและหาได้ยากแห่งหนึ่ง

    การแสดงโชว์โลมานี้จะถูกแบ่งออกเป็นรอบทั้งหมด 5 รอบ ตั้งแต่เวลา 9.00 – 18.00 น. โดยแต่ละรอบนั้นจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และสำหรับกิจกรรมเล่นน้ำกับโลมานั้นก็จะเปิดเป็นรอบทั้งหมด 4 รอบ ตั้งแต่เวลา 9.45 – 16.45 น. โดยจะให้เวลารอบละ 1 ชั่วโมงเช่นกัน ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้าใช้บริการเล่นน้ำกับโลมานั้นจะต้องทำความเข้าใจในกฎระเบียบการลงเล่นน้ำกับโลมาและจะต้องจองและชำระเงินล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน

ค่าบริการสำหรับบัตรผ่านประตูชมโลมาสำหรับคนไทยจะอยู่ที่ 130 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 80 บาทสำหรับเด็ก แต่ถ้าเป็นชาวต่างชาติจะอยู่ที่ 300 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 200 บาทสำหรับเด็ก ส่วนบัตรเล่นน้ำกับโลมานั้นจะมีราคาอยู่ที่ 2,500 บาทเท่ากันทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

    ทั้งนี้ นอกจากการแสดงโชว์ปลาโลมาแล้ว โอเอซิส ซีเวิลด์ยังมีบริการอื่นๆอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสปาปลาสำหรับการขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วบริเวณเท้า จักรยานน้ำสำหรับการชมบรรยากาศอันสวยงามกลางน้ำ ถ้ำปลาการ์ตูนที่เป็นการจำลองบรรยากาศใต้ท้องทะเลลึก กิจกรรมชมธรรมชาติและบรรยากาศป่าชายเลน กิจกรรมค่ายพักแรม Dolphin camp สำหรับให้เยาวชนและบุคคลภายนอกได้เข้ามาทำกิจกรรมสาระดีๆต่างๆมากมาย และร้านอาหารแพท่องนทีที่มีทั้งอาหารทะเลและอาหารเลิศรสต่างๆจำนวนหลายเมนู อาทิเช่น หมูชะมวง น้ำพริกปูไข่ ไก่ต้มกระวาน ยำผักกูด ปลาพล่า ปลากระบอกต้มส้มระกำ และเส้นจันท์ผัดปูหรือกุ้ง นอกจากนี้ โอเอซิส ซีเวิลด์ยังมีของฝากและของที่ระลึกไว้ให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมได้เลือกซื้ออีกด้วย

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว

    อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีพื้นที่มากถึงเกือบ 84,063 ไร่ ตั้งอยู่บนพื้นที่ครอบคลุมทั้งอำเภอเมืองจันทบุรี อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอขลุง และอำเภอมะขาม ภายในจังหวัดจันทบุรี ด้วยความที่พื้นที่ภายในของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วจะประกอบไปด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์และเทือกเขาที่สูงสลับซับซ้อน อีกทั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วยังเป็นแหล่งต้นน้ำของคลองหลายสาย อย่างเช่น คลองนารายณ์ คลองสระบาป คลองคมบาง คลองโป่งแรด คลองพลิ้ว คลองนาป่า คลองน้ำแห้ง คลองหนองเสม็ดคลองตะปอนน้อย คลองตะปอนใหญ่ คลองขลุง คลองเคล คลองตรอกนอง และคลองมะกอก จึงส่งผลให้อากาศภายในอุทยานแห่งนี้เย็นสบายตลอดทั้งปี ถือเป็นสถานที่ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเยี่ยมชมสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางอากาศสบายๆ

    ด้วยการที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วมีสภาพเป็นป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ อุทยานแห่งนี้จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีพืชพันธุ์สัตว์ป่ามากมาย โดยที่พืชพันธุ์ภายในอุทยานจะสามารถแบ่งตามชั้นเรือนยอดได้เป็นเรือนยอดชั้นบนและเรือนยอดชั้นล่าง สำหรับเรือนยอดชั้นบนจะเป็นชั้นของยอดพืชพันธุ์ที่มีความสูงปานกลางถึงมากคอยคลุมเพดานชั้นบนสุดของป่า ซึ่งจะประกอบไปด้วยไม้ที่มีขนาดสูงใหญ่ เช่น พุงทะลาย พนองเคี่ยมคะนองยางแดง ฯลฯ ไม้ที่มีความสูงและขนาดรองลงมา ได้แก่ กฤษณาเหมือดคนตัวแม่หย่องกระท้อน ฯลฯ และไม้จำพวกไม้เถาว์ อย่างเช่น พญาปล้องทองเถาว์คัน และพืชจำพวกหวาย ฯลฯ

    และสำหรับเรือนยอดชั้นล่าง จะเป็นชั้นของไม้ที่มีความสูงไม่เกิน 5 เมตร มีบทบาทสำคัญในการช่วยปกคลุมดิน ลดการพังทลายของดิน และช่วยกักเก็บความชื้น ถือเป็นสิ่งสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเกิดและมีอยู่ของคลองและลำธารต่างๆภายในอุทยาน

    สัตว์ป่าในอุทยานแห่งนี้นั้นจะมีหลายประเภทมาก ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และปลาน้ำจืด ซึ่งด้วยความหลากหลายทางชีวภาพนี่เอง อุทยานแห่งนี้จึงเป็นที่สนใจของผู้ที่ต้องการศึกษาธรรมชาติเป็นอย่างมาก

    สำหรับสถานที่ที่น่าสนใจภายในอุทยานก็อย่างเช่นน้ำตกพลิ้ว น้ำตกพลิ้วจะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่และงดงามที่มีน้ำตลอดทั้งปี  เป็นน้ำตกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเป็นอย่างมากในอดีตกาล ภายในบริเวณน้ำตกและลำคลองมีปลาหลากหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ถือเป็นจุดท่องเที่ยวพักผ่อนที่น่าสนใจมากจุดหนึ่ง และในส่วนบริเวณหน้าผาด้านหน้าของน้ำตกพลิ้ว จะมีเจดีย์ที่ทำด้วยศิลาแลงที่ชื่อว่าอลงกรณ์เจดีย์ โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในการเสด็จประพาสร่วมกันระหว่างพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีอัครมเหสี

    นอกจากน้ำตกพลิ้วแล้ว อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิเช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกพลิ้ว น้ำตกคลองนารายณ์ น้ำตกตรอกนอง น้ำตกมะกอก อ่างเก็บน้ำห้วยตาโบและสถูปพระนางเรือล่ม

คะแนนโหวต : 0 คะแนนความคิดเห็น : 0 โหวต
โดย ททท.

ความคิดเห็น