กรกฏาคม 2563
SUN MON TUE WED THU FRI SAT
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  
หน้าแรก > เล่าสู่กันฟัง > เรื่องเล่าจาก ททท > เมืองต้องห้าม...พลาด Plus สระแก้ว ตอนที่ 2

เมืองต้องห้าม...พลาด Plus สระแก้ว ตอนที่ 2

เมืองต้องห้าม...พลาด Plus   สระแก้ว ตอนที่ 2

เขาฉกรรจ์ เกิดจากการยกตัวของเปลือกโลก มีอายุราว 250 – 350 ล้านปี สันเขาด้านยาวทำมุม 90 องศากับแนวเหนือ – ใต้ จุดสูงสุดของยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 240 เมตร เป็นภูเขาหินปูนสีเทาลักษณะเป็นภูเขา 3 ลูกเรียงกัน โดยมีเขาฉกรรจ์เป็นลูกใหญ่ที่สุดและอยู่ตรงกลาง มีเขามิ่งอยู่ด้านซ้าย และเขาฝาละมีอยู่ด้านขวามีบันไดทางขึ้น ที่ วัดถ้ำเขาฉกรรจ์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาได้ บนเขาบนเขาฉกรรจ์ มีถ้ำใหญ่น้อยมากถึง 72 ถ้ำ เช่น ถ้ำเขาทะลุ ถ้ำมหาหิงส์ ถ้ำน้ำทิพย์ถ้ำแก้วพลายชุมพลถ้ำมืด ถ้ำหนุมาน และ  ถ้ำเขาทะลุ ซึ่งถ้ำเขาทะลุแห่งนี้ ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองนักท่องเที่ยวมักมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกทั้งยังนี้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวเพราะมีลักษณะแปลกตา เป็นช่องเขาสองด้านทะลุหากันเมื่อเดินไปยังช่องทะลุฝั่งตรงข้าม ก็สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของอำเภอเขาฉกรรจ์ได้อย่างกว้างไกล

จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเขาฉกรรจ์ ยังมีสวนรุกขชาติเขาฉกรรจ์ อยู่บริเวณพื้นที่ด้านล่างฝั่งทิศเหนือของเขาทั้ง 3 ลูก  เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยว ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ นักท่องเที่ยวยังสามารถไปให้อาหารลิงซึ่งมีอยู่นับพันตัว และยังเป็นจุดชมฝูงค้างคาวที่พร้อมใจกันบินออกจากถ้ำนับล้านตัวในเวลาพลบค่ำ

เขาฉกรรจ์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลเขาฉกรรจ์ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว ห่างจากตัวเมืองสระแก้วประมาณ 17 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา  8.00 – 17.00 น.

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประดิษฐานอยู่ ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ อำเภอวัฒนานคร ถนนสุวรรณศร ตำบลวัฒนานคร อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ริมเส้นทางหลวงหมายเลข 33 โดยตั้งอยู่เยื้องที่ว่าการอำเภอวัฒนานคร เป็นพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประทับยืน บนแท่นมีขนาด สูงถึง 2.80 เมตร พระหัตถ์ขวาชูพระขรรค์ ยาว 1.20 เมตรเหนือศิรเศียรซึ่งเป็นท่าทางที่แสดงพระราชอำนาจในการปกครอง และปกป้องรักษาพสกนิกรของพระองค์มีความเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่นพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชยังเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทย เพื่อให้เกิดสำนึกรักหวงแหนประเทศชาติ 

ในปี พ.ศ.2538  พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ดำเนินการก่อสร้างและแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2538 โดยความความร่วมมือร่วมใจทางราชการ และ พสกนิกรทุกหมู่เหล่าในจังหวัดสระแก้วเพื่อร่วมกันเชิดชูมหาวีรกรรมของพระองค์สืบต่อไปให้คนรุ่นหลังได้รับทราบ

เหตุที่ทำการสร้างอนุสาวรีย์ ขึ้นในบริเวณอำเภอวัฒนานครแห่งนี้ เพราะสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เคยเสด็จมาประทับในการสงครามแถบดินแดนบูรพา เมื่อปี พ.ศ. 2136 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยในอดีต  เป็นที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของชาวจังหวัดสระแก้วเป็นล้นพ้น

ผืนป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ ถูกเรียกว่าเป็น ผืนป่าตะวันออก มีเนื้อที่ประมาณ 3,845,000 ไร่ หรือ 6,152 ตารางกิโลเมตร อยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดนครนายก นครราชสีมา ปราจีนบุรี สระบุรี และสระแก้ว และบุรีรัมย์เป็นพื้นที่กว้างใหญ่ มีอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ได้แก่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่   จ.นครนายก จ.สระบุรี จ.นครราชสีมา และ จ.ปราจีนบุรี,  อุทยานแห่งชาติทับลาน  จ.นครราชสีมา และ จ.ปราจีนบุรี, อุทยานแห่งชาติปางสีดา  จ.สระแก้ว และ จ.ปราจีนบุรี, อุทยานแห่งชาติตาพระยา  จ.สระแก้ว และ จ.ปราจีนบุรี, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่  จ.บุรีรัมย์

ด้วยลักษณะภูมิประเทศของเทือกเขาสันกำแพงที่สลับซับซ้อนมีภูเขาใหญ่น้อย ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีพื้นที่ราบและทุ่งระหว่างหุบเขาและ มียอดเขาสูงสุดของพื้นที่และยังเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำที่สำคัญๆ หลายสาย ได้แก่ แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำนครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำประจันตคาม ลำตะคองลำและพระเพลิง เป็นต้นเนื่องจากสภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางระบบนิเวศน์ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด

แต่ก่อนผืนแห่งนี้เป็นป่าดงดิบที่ทึบหนา มีสัตว์มากมาย ทั้ง ช้างเสือ และกระทิงเดินทางเข้ามาลำบากเนื่องจากไม่มีถนนหนทางตัดผ่านเหมือนดังปัจจุบัน การเดินทางจึงยากยิ่งนัก จึงทำให้มีหลายคนต้องเสียชีวิตลงเพราะไข้มาเลเรียหรือไข้ป่า หรือบางทีก็โดนสัตว์ป่าทำร้าย จึงไม่ค่อยมีใครกล้าเข้ามาในดินแดนแถบนี้  ผู้คนจึงเรียกขานป่าแห่งนี้ว่า ดงพญาไฟ แต่คำว่า ป่าดงพญาเย็นนั้น ได้ถูกกล่าวขึ้นเป็นครั้งแรก ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว จากหลักฐานจากบทพระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เรื่อง เที่ยวตามทางรถไฟ ได้ทรงเล่าถึงป่าดงพญาไฟไว้ว่า

สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเคยพระราชดำริไว้ว่า ไม่ควรเรียกดงพญาไฟเพราะให้คนกลัวมากขึ้น จึงทรงกราบทูลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอให้เปลี่ยนชื่อจาก ดงพญาไฟ เป็นดงพญาเย็น แต่คนหลายๆคนก็ยังคงเรียกว่า ป่าดงพญาไฟอยู่เช่นเดิมต่อมาภายหลังมีการสร้างทางรถไฟ และถนนมิตรภาพ จากภาคกลางไปสู่ภาคอีสาน ดงพญาไฟจึงถูกผ่าออกซึ่งการเดินทางก็สะดวกสบายมากขึ้น มีผู้คนอพยพไปทำไร่ทำนา ถางป่าเพื่อทำมาหากินกันมากมาย นับจากนั้นมา ป่าดงพญาไฟที่เคยคร่าชีวิตผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาด้วยความลำบากในสมัยก่อนก็กลับกลายมาเป็นป่าดงพญาเย็นที่สมบูรณ์และเงียบสงบ

ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแหล่งที่ 5 ของไทย และเป็นอันดับที่ 2 ของมรดกทางธรรมชาติไทย เมื่อวันที่ 10-17 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ณ เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้

แหล่งมรดกโลกเขาใหญ่ ดงพญาเย็นนั้น เป็นผืนป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยมีสภาพป่าแบบต่างๆ ตั้งแต่ ป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าที่ไม่สามารถพบได้ที่อื่นเป็นจำนวนมากและมีชนิดพันธุ์ของพืชหลากหลาย สามารถพบในแหล่งมรดกโลกนี้ถึง 2,500 ชนิด มีพืชเฉพาะผืนป่านี้ถึง 16 ชนิด  จากจำนวนพืชราว 15,000 ชนิดที่พบในประเทศไทย มีสัตว์ป่ากว่า 800 ชนิด นกกว่า 392 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำกว่า 209 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 112 ชนิด และเงือก 4 ชนิด ใน 13 ชนิดที่พบในประเทศไทย

ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรักมีความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนมีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงาม ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่นิยมมาท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเทียวที่สำคัญ ดังนี้

- ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวนรก

- ในอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่เป็นป่าลานผืนสุดท้ายของประเทศ

เพราะเป็นผืนป่าอนุรักษ์เชิงระบบนิเวศ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่าจึงทำให้มี กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่หลากหลาย เช่น การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ การล่องแก่ง การส่องสัตว์ การดูผีเสื้อ - ดูนก ปั่นจักรยาน เป็นต้น

คะแนนโหวต : 0 คะแนนความคิดเห็น : 0 โหวต
โดย ททท.

ความคิดเห็น